เรียนรู้เรื่อง คอลลาเจน
ผู้หญิงสมัยใหม่ ไม่มีใครไม่รู้จักคอลลาเจนที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวดูเต่งตึง แต่เมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนังก็ลดลงตามลำดับ การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรี่ตา หรือเครียด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพ ผลที่ตามมาคือ ทำให้เกิดริ้วรอย และรอยตีนกาบนใบหน้า
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสลายตัวของคอลลาเจน คือ อนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด มลพิษต่าง ๆ บุหรี่ สารปนเปื้อนในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลให้ผิวหนังในชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชนิด คือ คอลลาเจน และ อีลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และควบคุมความชุ่มชื้นเมื่อถูกทำลายให้บางลง และเมื่อมีอายุที่มากขึ้น ทำให้เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างการผลิตและการสลายตัวของคอลลาเจนตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อย และหยาบกระด้าง ดังนั้น วิธีที่จะทำให้ผิวพรรณกลับคืนสุ่ความเยาว์วัยนั้น ก็คือการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว
การเพิ่มคอลลาเจนก็มีหลายวิธี ดังนี้
1. การเติมคอลลาเจนและอีลาสติน ที่ขาดหายไปจากเซลล์ผิว ตามธรรมชาติแล้ว คอลลาเจนและ
อีลาสตินจะเริ่มเสื่อมลงเมื่ออายุ 25-30 ปี ปัจจุบันมีการค้นคว้าเพื่อหาแหล่งธรรมชาติที่จะช่วยเสริมคอลลาเจนที่ขาดหายไป เพราะผิวที่มีคอลลาเจนที่แข็งแรง จะเป็นผิ วที่เปล่งปลั่ง เนียนใส คอลลาเจนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่คงความยืดหยุ่น และช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ไม่สูญเสียไปกับสภาพแวดล้อม
2. การรับประทานอาหารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ
สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากธรรมชาติ จะช่วยกำจัดตัวการสร้างอนุมูลอิสระได้หมดไป และไม่ทำลายเซลล์ผิวหนัง ซึ่งได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามิน ซี วิตามิน อี สารเหล่านี้เป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสติน
3. การรักษาความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิว
การสูญเสียความชุ่มชื้นของเซลล์ผิว ทำให้เกิดความหยาบกร้านและริ้วรอย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นชนิดพิเศษ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่ามอยซ์เจอไรเซอร์ทั่วไป จะสังเกตได้จากส่วนผสมที่ประกอบด้วย ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน, ไฮโรไลซ์ อีลาสติน, โปรคอลลาเจน, เอเอชเอ เป็นต้น
สาวใดที่คิดว่าผิวต้องการคอลลาเจนอย่างรีบด่วน ก็ลองนำเอาข้อมูลนี้ไปประกอบการพิจารณาก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตัวช่วยตามท้องตลาด เพื่อให้ผิวคืนสู่วัยเยาว์อย่างปลอดภัยไร้กังวล
การดูแลผิวหน้าให้กระจ่างใส และคงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เฝ้าแสวงหา เพราะไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากสวยใสเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อธรรมชาติไม่เป็นใจ ผิวหน้าที่เริ่มแปรสภาพทั้งสิว ฝ้ากระ รอยตีนกา ร่องแก้ม ปรากฏให้เห็นเด่นชัดจนนับตัวเลขได้ ใครจะยอมอยู่นิ่งเฉย นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ได้เผยถึงการดูแลผิวหน้าในแต่ละช่วงวัยว่า ผิวหน้าเป็นส่วนที่บอบบางและอ่อนแอที่สุดในบรรดาผิวทุกส่วน และเมื่อวัยมากขึ้น ผิวยิ่งอ่อนแอซึ่งมีสาเหตุมาจากคอลลาเจนเริ่มเสื่อมสภาพลง จึงส่งผลให้ผิวเกิดอาการหย่อนคล้อย ประกอบกับกล้ามเนื้อบนผิวหน้าเป็นส่วนเดียวของร่างกายที่ไม่เกาะกับกระดูก แต่เกาะกับผิวหน้าแทน ดังนั้น เมื่อผิวหน้าแสดงความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว ฯลฯ กล้ามเนื้อก็จะขยับเขยื้อนไปมาด้วย ในวัยเด็ก การแสดงความรู้สึกต่าง ๆยังไม่ส่งผลใด ๆ ต่อผิวหน้า เพราะคอลลาเจนยังทำงานได้ดี แต่เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะหยุดผลิตคอลลาเจน เมื่อยิ้ม หัวเราะ หรือทำอะไรกับใบหน้าแรง ๆ ผลที่เกิดขึ้นก็คือริ้วรอยเหี่ยวย่น และเกิดรอยตีนกานั่นเอง |