ไฮยาลูรอน หรือ ไฮยาลูโรนิคแอสิค (Hyaluronic acid) ไฮยาลูโรเนต (Hyaluronate) ไฮยาลูโลแนน (Hyaluronan) เป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์ได้จากอาหารประเภทโปรตีนทั่วไป ทำหน้าที่เหมือนกาวเชื่อมคอลลาเจน มีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำและช่วยกันการกระแทก จึงพบมากในกระดูกอ่อน น้ำในลูกตา น้ำในข้อ และผิวหนัง
ในทางการแพทย์จะใช้สารไฮยาลูรอนที่สังเคราะห์จากสัตว์ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มาฉีดรักษาโรคข้อ การผ่าตัดตา และลดริ้วรอย เพราะทำให้ผิวอุ้มน้ำดีขึ้นโดยไม่เกิดการระคายเคือง ส่วนการใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว เหมาะกับคนผิวแห้ง และมีริ้วรอยจากการขาดน้ำและริ้วรอยจากการหดตัวของกล้ามเนื้อหรือริ้วรอยตามวัย นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายไฮยาลูรอนในแบบอื่น ๆ อีก เช่น แคปซูล ลูกอม และหมากฝรั่ง เป็นต้น
โคเอ็นไซม์ Q 10 สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยการแบ่งเซลล์ของผิวหนัง และชะลอการสูญเสียไฮยาลูโรเนต นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างพลังงาน จึงพบโคเอ็นไซม์ Q10 มากในผิวและอวัยวะที่ต้องการพลังงาน เช่น หัวใจ ตับ ปัจจุบันกำลังทดลองใช้โคเอ็นไซม์ Q10 รักษาโรคต่าง ๆ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคมะเร็ง ไมเกรน โรคเกี่ยวกับความเสื่อม เช่น สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์คินสัน โรคหัวใจ หัวใจขาดเลือด เอดส์ ฯลฯ
มีการทดลองมากมายพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโคเอ็นไซม์ Q10 อย่างการทา จะป้องกันยูวีเอได้ดี ผลพลอยได้คือ ช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและไฮยาลูโรเนตในผิว ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้สวยขึ้นภายใน 6 เดือน ปกติร่างกายจะสังเคราะห์โคเอ็นไซม์ Q10 จากอาหารประเภทโปรตีน คือ ปลาและเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะตับและหัวใจ
การกินโคเอ็นไซม์ Q10 เป็นอาหารเสริมควรบริโภคในปริมาณ 30-50 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะหากกินมากเกินไปจะเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ผื่นคัน ปวดหัว ท้องเสีย เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ มึนงง หงุดหงิด กระสับกระส่วน ตาแพ้แสง อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว ผู้ที่ต้องระวังคือผู้ป่วยโรคเบาหวานน้ำตาลต่ำ เพราะจะทำให้น้ำตาลลด และคนที่เป็นโรคเลือด เพราะโคเอ็นไซม์ Q10 จะไปลดปริมาณเกร็ดเลือด ทำให้เลือดออกง่าย รวมถึงคนที่เป็นความดันต่ำ และแม่ที่ให้นมลูก |